ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๗๑ พรรษา ระหว่างวันที่ ๑ – ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๙





ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๗๑ พรรษา ระหว่างวันที่ ๑ – ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๙
คณะพระธุดงค์เฉลิมพระเกียรติ เจริญพระพุทธมนต์ แผ่เมตตา ณ เบื้องหน้า พระศรีอาริยะเมตไตร พระประธานอุโบสถ
วัดป่าพุทธชินวงศาราม (ม่อนพญานาคราช) โดยมี พระครูอภิรักษ์ชินวงศ์ วิ. (พระครูไทย) ได้ถวายการต้อนรับ และอำนวยความสะดวก
ถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในวันมาฆบูชาและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ระหว่างวันที่ 2 – 4 มีนาคม พ.ศ.2569 ณ วัดป่าพุทธชินวงศาราม (ม่อนพญานาคราช) ต.ห้วยแก้ว อ.ภูกามยาว จ.พะเยา

ใช้คำสอนของพระพุทธเจ้า ไว้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ใช้ “สติ” ยึดเหนี่ยวอารมณ์ให้ใจเราชนะทุกสิ่ง ชีวิตก็จะสงบเป็นสุข หากเรายึด ทุกความคิดที่ไม่ดี ทั้งชีวิตคงหาความสุขไม่ได้ หากเราไม่ยอมปล่อยความทุกข์ให้มันผ่านไป แล้วความสุขจะมาแทนที่ได้อย่างไร คนที่โชคดีที่สุด คือคนที่ชนะใจตนเอง รู้จักปล่อยวางและให้อภัยผู้อื่น ดับทุกข์และสุขได้ อยู่กับความเป็นจริง ตื่นรู้ ตื่นจาก ความโลภ โกรธ หลงทั้งปวง มีจิตว่าง สงบ และเย็นอยู่เสมอ ชีวิตคนเรามันสั้น อย่าประมาท ในการใช้เวลาบนโลกใบนี้ เพียรสร้างความดี เพื่อเป็นบารมีแก่ตน
จงใช้ชีวิตให้ มีความสุขและมีคุณค่า กับเวลาที่ยังเหลืออยู่ แสงส่องทางของเรา คือ “สติ” ถ้าเรารู้จักคิดให้ดีก่อน ในทุกๆเรื่อง เราก็จะมีแต่เรื่องดีๆเข้ามาในชีวิต จงเชื่อมั่น ในความตั้งใจที่ดี แล้วสิ่งดีๆจะเกิดขึ้นกับเรา “กำลังใจ” เป็นสิ่งที่ให้แล้วไม่มีวันขาดทุน เมื่อจิตผ่องใสทำอะไรก็สำเร็จ เมื่อจิตเบิกบานการงานก็รุ่งเรือง
วิบากกรรม สิ่งที่ไม่ดีที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรานั้น คือแบบทดสอบ และมันคือวิบากกรรมที่เราได้เคยทำมาแล้ว ตั้งแต่ในอดีต เพราะกรรมอันใดหากใครไม่เคยก่อ กรรมอันนั้นจะไม่เกิดขึ้นกับบุคคลผู้นั้นเลย จงมีสติเพื่อยับยั้งกิเลส จงมีศีลเพื่อยับยั้งความชั่ว จงมีปัญญาเพื่อใช้แก้ปัญหา จงมีธรรมะเพื่อใช้ดับทุกข์ “ผู้มีเมตตา”เปรียบดังหยดน้ำที่ใสเย็น เปรียบดังร่มเงาได้คลายร้อน ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์เทวดา และหมู่สัตว์ทั้งหลาย